ใครมีปัญหากลิ่นกาย กลิ่นตัว กลิ่นเต่า ใช้ Roll on หรือน้ำยาดับกลิ่นตัวแล้วไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ลองหันมาใช้ สมุนไพร ตราเต่าเหยียบโลก JT. สำหรับระงับกลิ่นกายของเราดูสิค่ะ ไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเพียง ใช้แป้งทางเพียงเล็กน้อย หลังจากอาบน้ำเสร็จ คุณจะรู้สึกสบายตัวไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมือนเวลาที่คุณใช้ Roll on อีกทั้งยังไม่ให้ทำให้เสื้อผ้าเปื้อน เป็นคราบเหลืองตรงรักแร้ และไม่มีกลิ่นเหม็นติดเสื้อผ้า แค่เท่านี้ก็เป็นเหตุผลที่น่าสนใจ ที่คุณจะมาลองใช้ สมุนไพรตราเต่าเหยียบโลกแล้วนะคะ ราคาสินค้าไม่แพงอย่างที่คิด ใช้ได้นานหลายเดือน



JT (เจที) ยาผงสีขาว ตราเต่าเหยียบโลก


สรรพคุณ : แป้งทาระงับกลิ่น และเหงื่อที่ใต้รักแร้ ปรุงด้วยสมุนไพรล้วนๆ ช่วยให้รักแร้ขาว ไม่เหนียว ไม่เปรอะเปื้อนเสื้อผ้า (แก้เม็ดผดผื่นคัน)


วิธีใช้ : ทาวันละ 1 ครั้ง หลังอาบน้ำ โดยหลังจากอาบน้ำไม่ต้องเช็ดรักแร้ ให้แห้งสนิท เพียงให้ใช้ผ้าซับแล้วเทแป้งลงฝามือเล็กน้อยทาลงบนรักแร้ ให้ทั่วแล้วรอให้แห้งสักพักค่อยใส่เสื้อตามปกติทำให้มั่นใจตลอดทั้งวัน


ลักษณะสินค้าเป็นผงแป้งสีขาว


ส่วนผสมของสมุนไพรตราเต่าเหยียบโลก

- TRICHOSANTHES KIRLLLOW II MAXIM
- FRITILLARIA VERTICILLATA
- SEPIA ESCULENTA HOYLE
- ANGELICA DAHURICA BENTH ET HOOK
- BORNEOL
- MENTHOL.
น้ำหนัก : ปริมาณ 22 กรัม ต่อ ขวด
สินค้า : อย.G 631/44




พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อแบบ Pack ไม่คิดค่าจัดส่งนะคะ
1. ซื้อ 5 ขวด ราคา 220 บาท
2. ซื้อ 12 ขวด ราคา 450 บาท


ราคาสินค้าและค่าจัดส่งค่ะ

ราคาสินค้าขวดละ 50 บาท

ซื้อ 1 ขวด ค่าส่งแบบลงทะเบียน 20 บาท
ซื้อ 3 ขวด ค่าส่งแบบลงทะเบียน 30 บาท
ซื้อ 6 ขวด ค่าส่งแบบลงทะเบียน 40 บาท
ซื้อ 12 ขวด ค่าส่งแบบลงทะเบียน 50 บาท

หมายเหตุ :
1.สั่งซื้อ 1 ขวดก็ได้นะคะ หรือสั่งซื้อกี่ขวดก็ได้ แต่คิดอัตราค่าส่งตาม Rate ด้านบนค่ะ
2.จะทำการจัดส่งสินค้าหลังจากผู้ซื้อได้ทำการโอนเงินเรียบร้อยค่ะ


Friday, October 24, 2008

กลิ่นตัวรุนแรง

เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ต่อมไขมันจะผลิตความมันออกมาตามรูขุมขนเพิ่มขึ้น ต่อมเหงื่อก็ผลิตเหงื่อออกมามาก โดยเฉพาะเวลาวิ่งเล่น เดินเร็ว อยู่ในอากาศร้อน เหงื่อออกมาจากรูเปิดของต่อมเหงื่อ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากรูเปิดขุมขนมากนัก

เมื่อทั้งความมันและน้ำเหงื่อไหลซึมออกมาจากรูเปิดบนผิวพรรณสักระยะหนึ่ง และมีสภาพแวดล้อมที่อับชื้นนานพอเหมาะ บรรดาเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติบนผิวพรรณ ก็จะพากันเจริญเติบโตแพร่พันธุ์ออกมาจำนวนมาก พร้อมทั้งส่งกลิ่นเหม็นอับออกมาเป็นกลิ่นตัวแรงๆ เป็นสาเหตุแรกของกลิ่นตัว


สาเหตุอันดับต่อไปของการมีกลิ่นตัวฉุนๆ ที่สำคัญคือ ประเภทอาหารที่รับประทาน เครื่องเทศ กระเทียม ทุเรียน วิตามินบีรวม ซึ่งเป็นอาหารที่มีกลิ่นแรง อาจระเหยออกมาจากลมหายใจ ขับถ่ายออกมาทางต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน ต่อมกลิ่น หรือเป็นบ่อเกิดในการสร้างสารประกอบมีกลิ่นได้แล้วจึงปลดปล่อยออกมาทางช่องระบายของร่างกายได้อีกทอดหนึ่ง

สาเหตุของกลิ่นตัวอันดับสาม น่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า ที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดที่เพียงพอ หรือเสื้อผ้าที่มีขนาดกว้างใหญ่มาก มักอับชื้นและเกิดกลิ่น ควรหมั่นทำความสะอาด สิ่งแวดล้อมและบรรยากาศรอบกาย ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีกลิ่นต่างๆ ติดตัวมา ทางที่ดีต้องเลือกขั้นตอนการขจัดกลิ่นตัวที่เหมาะสมกับตนเอง ต่อไปนี้
  1. ทำความสะอาดร่างกายอย่างถูกต้องตามหลักสุขภาพดี เริ่มด้วยการอาบน้ำ ฟอกสบู่ทุกครั้งที่มีเหงื่อออกมาก และผิวมันต้องหมั่นสระผม รักแร้เป็นจุดอับที่มักส่งกลิ่นรุนแรงเสมอ


  2. งดอาหารที่มีกลิ่นแรง ตั้งแต่เครื่องเทศชนิดต่างๆ กระเทียม กะปิ ทุเรียน ปลาเค็ม สะตอ ควรรับประทานอาหารที่มีกลิ่นบางเบา หรือไร้กลิ่น


  3. ทำความสะอาดผม ร่างกาย และเปลี่ยนเสื้อผ้า ภายหลังเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นบุหรี่ กลิ่นทำครัว เป็นต้น


  4. ทำความสะอาดเสื้อผ้า รองเท้าเสมอ ซักด้วยผงซักฟอก ตากแดด หรืออบแห้ง


  5. กลบกลิ่นเหม็น โดยใส่น้ำหอมตามร่างกาย ควรเลือกน้ำหอมที่ถูกใจและติดทนนาน หรือพกน้ำหอมติดตัวไปด้วย การใส่น้ำหอมบ่อยๆ จะเป็นการช่วยขจัดกลิ่นตัวได้เป็นอย่างดี ส่วนโรลออนทารักแร้ขจัดกลิ่น ก็เป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่งเพราะใช้ง่าย


  6. อยู่ในสถานที่อากาศไม่ร้อนอบอ้าว อากาศถ่ายเทดี

ขอให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเอง ตามความเหมาะสมกับฐานะการเงิน การงาน และความสะดวกสบายอย่างที่ต้องการ

ที่มา :
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สมุนไพรในชีวิตประจำวัน




สมุนไพรไม่ได้มีสรรพคุณเฉพาะในการรักษาโรดภัยไข้เจ็บเท่านั้น คนไทยใช้ภูมิปัญญานำสมุนไพรมาทำประโยชน์อีกมากมาย บางครั้งแค่อาการเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน คุณก็สมารถใช้สมุนไพรบำบัดได้ ลองดูซิคะ

ปัองกันรูตุ้มหูเน่า

คุณสาวๆ เจาะหูใหม่ๆ อาจเกืดอาการอักเสบที่เรียกกันว่า "รูตุ้มหูเน่า" แก้ได้ง่ายๆ ใช้แกนแข็งตรงกลางของหัวกระเทียม นำมาเหลาให้กลมยาวเสียบที่รูหู ช่วยให้แผลเน่าหายได้ค่ะ

คราบบุหรี่ที่ติดฟัน

สูบบุหรี่ไม่ดีต่อร่างกาย แล้วยังทำให้ฟันเกิดคราบที่ไม่น่าดูด้วย แก็ได้โดยเอาฝักมะขามดิบมาตัดขวาง แล้วนำมาขัดๆ ถูๆ ที่ฟัน ช่วยให้คราบหายได้ แต่ถ้าอยากหายเป็ยปลิดทิ้งก็ต้องเลิกบุหรี่ค่ะ

ก้างปลาติดคอ

สมัยเด็ก " น.หนู" กินไม่ระวัง ก้างปลาติดคอเป็นประจำ เดือดร้อน " อาม่า" ต้องหากล้วยน้ำว้ามาให้ กำชับให้กัดคำใหญ่แล้วกลืนเลย ไม่ต้องเคี้ยว ทรมานเป็นที่สุด แต่ได้ผลดี

ถ้าไม่มีกล้วยน้ำว้าแล้ว ก็ให้ใช้ข้าวสุกอุ่นๆ ปั้นเป็นก้อนกลมแน่นๆ ขนาดใหญ่กว่าหัวแม่มือ กลืนทั้งก้อนเหมือนกัน จะช่วยพาก้างปลาให้หลุดตามลงไปได้ ถ้าทำครั้งเดียวไม่ได้ผล อาจจะต้องใช้สัก 2-3 ก้อน

อีกวิธีหนึ่ง ลองฝานมะนาวเป็นชิ้นแล้วเอามาอมจนหมดเปรี้ยว ทำสัก 2-3 หน กรดจากมะนาวจะช่วยให้ก้างปลาละลายได้ หรือไม่งั้นก็ใช้วิธีบีบน้ำมะนาวลงคอเลย สักพักก็จะหาย

เมล็ดและรากของต้นเทียนก็มีฤทธิ์ละลายกระดูกเช่นกัน เอามาตำให้ละเอียดแล้วกลืนก็ใช้ได้ แต่ต้องระวังอย่าให้โดนฟัน และห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์
คางทูม

คนจีนมีวิธีเขียนอักษร " เสือ" ไว้ที่แก้ม ส่วนคนไทยใช้ใบเสลดพังพอน นำมาตำผสมเหล้าขาวเล็กน้อย ทาบบริเวณคางทูม 2-3 ครั้งต่อวัน

เผ็ดพริก

กินอาหารเผ็ดจัด ทรมานตั้งแต่ปากถึงท้อง แก้ลิ้นแสบร้อนจากรพกได้ด้วยการอมเกลือหนึ่งหยิบมือ ประมาณ 2-3 นาที หรือกิรเกลือทีละน้อยไปเรื่อยๆ

อย่าดื่มน้ำเย็น เพราะหลังจากกลืนน้ำผ่านไปจะยิ่งเผ็ดร้อนมากขึ้น ให้จิบน้ำอุ่นค่อนข้างร้อน ถึงจะทรมานหน่อย แต่ก็ทำให้หายเผ็ดได้

เมือกว่านหางจระเข้ เอามาเคี้ยวให้เป็นน้ำและอมไว้ในปาก ก็ช่วยค่ะ

เข็ดฟัน

กินของเปรี้ยวแล้วเข็ดหรือเสียวฟัน โบราณให้เคี้ยวของฝาดแก้ เช่น ใบฝรั่งหรือเปลือกแค ถ้ามีเม็ดในมะม่วงจะดีมาก เคี้ยวให้แหลก อมไว้สักครู่ แล้วบ้วนทิ้ง

มีกลิ่นตัว

อย่ายอมหมดความมั่นใจ แก้ไขกลิ่นตัวได้โดยไม่ต้องใช้โรลออน คือ ใช้สารส้มถูกที่รักแร้หลังอาบน้ำทุกครั้ง ( ถูขณะที่ยังเปียก) หรือสารส้มสะตุผสมพิมเสนกับดินสอพอง หยดน้ำนิดหน่อย ทาขณะยังเปียกและปล่อยไว้ให้แห้ง

บ้านใครมีพลูที่ไว้กินกับหมากก็นำมาใช้ได้ นำมาขยี้แล้วทารักแร้หลังอาบน้ำ หรือไม่ก็ใช้ใบฝรั่งโขลกละเอียดทารักแร้หลังอาบน้ำเช่นกัน

ถูกมดกัด

เด็กๆ เล่นในสนามหญ้า อาจเผลอเหยียบรังมดแดง ให้ใช้น้ำราดทั้งขาล้างตัวมดออก แล้วนำขมิ้นมาลูบขาทั้งที่ยังเปียก ขมิ้นจะช่วยดับพิษมดแดงให้หายปวดคันและช่วยรักษาแผลด้วยค่ะ

ลบรอยแผลเป็น

แผลใหม่ๆ ไม่ถึง 6 เดือน ถ้ารู้ตัวว่าอาจกลายเป็นแผลเป็นทำให้สียสวย ก็ควรรีบแก้ไขให้ดีขึ้น ด้วยการใช้นำเมือกว่านหางจระเข้ทาบ่อยๆ วันละ 3-4 ครั้ง แผลเป็นจะค่อยๆ จาง

หรือใช้น้ำมะนาวผสมกับดินสอพอง ทาวันละ 2-3 ครั้ง ก็ช่วยได้ดีค่ะ

ที่มา : www.cheewajit.com

สูตรระงับกลิ่นจากธรรมชาติ


  • ต้นตำลึง ใช้ต้นตำลึงสดๆ (เอาทั้งต้นและใบ) ประมาณ 1-2 กำมือ
    นำมาตำให้ละเอียดผสมกับปูนแดงเล็กน้อยใช้ทาที่รักแร้ ทิ้งไว้สักครู่ค่อยล้างออก ทำเช่นติดต่อกันเป็นประจำประมาณ 1 สัปดาห์จะช่วยลดอาการกลิ่นเหม็นที่รักแร้ได้




  • เปลือกมังคุด ใช้เปลือกมังคุดแห้ง 1 ส่วน ต้มกับน้ำ 3 ส่วน เคี่ยวให้
    หรือใช้น้ำเล็กน้อยต้มกับเปลือกมังคุดแห้งประมาณ 1-2 กำมือ จะได้น้ำเปลือกมังคุดเเหลือ 1 ส่วน กรองเอากากออก แล้วนำน้ำต้มเปลือกมังคุดที่ได้ผสมกับน้ำเปล่า 20 ลิตรใช้อาบน้ำข้มข้น ใช้ทาบริเวณรักแร้ ทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะช่วยระงับกลิ่นกายได้เป็นอย่างดีเพราะเปลือกมังคุดมีสรรพคุณ
    ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย


  • มะขามเปียก ใช้น้ำมะขามเปียกแทนสบู่ตอนอาบน้ำ น้ำมะขามเปียกจะช่วยกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วไม่ให้เกิดการ
    หมักหมมซึ่งเป็นบ่อเกิดของกลิ่นตัว




  • ขมิ้นชัน โดยใช้ผงขมิ้นทาบริเวณรักแร้ ทิ้งไว้สักครู่แล้วจึงล้างออก
    จะช่วยระงับกลิ่นตัวได้เช่นกัน





  • น้ำส้มสายชู ใช้ก้อนสำลีแต้มน้ำส้มสายชู นำมาเช็ดบริเวณใต้วงแขน
    เพื่อลดปริมาณแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่น ทั้งนี้ไม่ควรใช้หลังโกนขน
    เสร็จ เพราะจะทำให้แสบมาก

  • เบคกิ้งโซดา และแป้งข้าวโพด นำมาทาบริเวณที่มีกลิ่น
    แป้งข้าวโพดจะช่วยดูดซับความชื้นได้ดี ส่วนเบคกิ้งโซดายัง
    ช่วยฆ่าแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่นได้อีกด้วยค่ะ



ที่มา :
นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 231

Monday, September 22, 2008

โปรโมชั่นพิเศษค่ะ

เนื่องจากมีลูกค้าสนใจในสินค้าสมุนไพรตราเต่าเหยียบโลก

มากเป็นพิเศษ
จึงได้จัดโปรโมชั่นซื้อ 4 แถม 1 ให้ค่ะ

ใครสนใจสินค้าสามารถแจ้ง E-mail

ไว้ที่ห้อง Chat room ทางขวามือของ Blog นะคะ

หรือสามารถเมลล์แจ้งเพื่อสั่งซื้อสินค้าได้ที่

E-mail : wanwisasri@gmail.com

ถ้าไม่สะดวกสามารถโทรสั่งซื้อได้ที่ 085-9044535 ค่ะ




Tuesday, September 9, 2008

วิธีเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นตัว




คนเราทุกคนย่อมมีกลิ่นตัวด้วยกันทั้งนั้น และแต่ละคนก็จะมีกลิ่นเฉพาะบุคคลที่แตกต่างกัน บางคนจะสังเกตได้ว่ามีกลิ่นตัวที่ฉุนและแรงมากซึ่งเป็นที่รังเกียจของคนรอบข้าง วันนี้มีวิธีการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นตัวมาฝากค่ะ...

วิธีการเริ่มต้นเมื่อรู้ตัวว่ามีกลิ่นตัวที่รุนแรง คือ จะต้องรักษาอนามัยของตัวเอง อาบน้ำให้สะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้าทุกวัน เป็นขั้นพื้นฐานที่ต้องกระทำ หลังจากนั้นจึงเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

วิธีเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แบ่งได้ 4 ประเภท ดันนี้

1. น้ำหอม จัดเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมใช้กลบกลิ่นตัววิธีหนึ่ง แต่ถ้าหากร่างกายมีเหงื่อมากและไม่ได้ชำระล้างให้เรียบร้อยก่อนใส่ น้ำหอมก็จะส่งผลให้เกิดกลิ่นใหม่ที่ฉุนไม่ชวนเข้าใกล้ได้เช่นกัน

2. ผลิตภัณฑ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ จะใช้ทาบริเวณใต้วงแขนหรือรักแร้หรือบริเวณอับชื้นส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เพื่อทำลายและป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ เป็นสาเหตุหลักของการเกิดกลิ่นตัว

3. ผลิตภัณฑ์ดูดขับกลิ่น องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ คือ ต้องสามารถดูดซับกลิ่นฉุนไว้ เพื่อไม่ให้ระเหยออกสู่ภายนอก สามารถใช้ได้ผลดีและเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

4. ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ คือ สารระงับการขับเหงื่อ อลูมิเนียมคลอไฮเดรท มีทั้งรูปแบบของโลชั่น ครีม โรลออน และ สเปรย์

แต่ละประเภทมีวิธีการกำจัดกลิ่นตัวที่แตกต่างกัน ใครที่มีปัญหาลองพิจารณาตัวเองว่าสาเหตุกลิ่นกาย เกิดจากสาเหตุใด และลองทำเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมดู ที่สำคัญ อย่าลืมอ่านฉลากของสินค้าก่อนที่จะเลือกซื้อนะคะ

Thursday, August 21, 2008

ขับถ่ายทุกเช้าช่วยลดปัญหากลิ่นกายได้


ใครทราบบ้างว่า การขับถ่ายทุกเช้า สามารถลดกลิ่นกายได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน...

กลิ่นกายเกิดจากการปรับฮอร์โมนเพศในร่างกาย

โดยเริ่มเปลี่ยนจากวัยเด็กสู่วัยรุ่น เช่นเดียวกับการมีประจำเดือนของเด็กผู้หญิง หรือเสียงแตกของเด็กผู้ชาย และการที่เด็ก ๆ มักไม่ค่อยได้กลิ่นตัวเอง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะว่าประสาทรับรู้กลิ่นนั้นอ่อนล้าง่าย ไม่ว่าจะหอมหรือเหม็น เมื่อดมนานเข้าก็จะไม่รับรู้กลิ่นเดิม กลิ่นตัวจึงมีลักษณะดมติดเป็นนิสัย คนอื่นรู้สึก แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึก

ช่วงเวลาตี 5-7 โมงเช้า เป็นเวลาทำงานของลำไส้ใหญ่ ถ้าใครยังไม่ขับถ่าย ปล่อยปละจนเวลาเลยมาถึงช่วง 9 โมงเช้า ซึ่งเป็นเวลาของกระเพาะอาหาร แล้วไม่ยอมกินข้าวเช้าอีก ของเสียจากลำไส้ใหญ่ที่ไม่ขับถ่ายออกจะถูกบีบตัวผ่านลำไส้เล็กกลับมาถูกดูดซึมที่กระเพาะอาหารอีกครั้งหนึ่ง

ซึ่งอุจจาระเก่าจะมีแก๊สที่เสียแล้วเกิดจากการบูดเน่าโดยอุณหภูมิของร่างกายที่มีความร้อน 37 องศาตลอดเวลา เพราะฉะนั้นแก๊สพิษเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด เลือดจึงไม่สะอาด

ผลที่ตามมาตั้งแต่ก่อนเที่ยงถึงบ่าย อาจรู้สึกง่วงนอนเพราะเลือดที่ไม่สะอาดเมื่อไหลไปเลี้ยงหัวใจก็จะทำให้อ่อนล้าไม่สดชื่น นอกจากนี้การที่เลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงปอด ปอดก็จะขับของเสียออกทางผิวหนังและลมหายใจทำให้เกิดกลิ่นตัว กลิ่นปากโดยไม่รู้ตัว

การที่ไม่ค่อยขับถ่ายตอนเช้าหลายวัน บางครั้งอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและเกิดอาการท้องอืดได้ ที่น่ากลัว ใครที่ละเลยการขับถ่ายในช่วงเช้าเป็นเวลาหลาย ๆ ปี เมื่อแก่ตัวความจำก็จะเสื่อมเร็วกว่าปกติอีกด้วย

วิธีแก้ คือ ใครที่ไม่ค่อยถ่ายในช่วงเช้า ให้กินข้าวเช้าทุกวันระหว่างเวลา 07.00-09.00 น. แต่ถ้ากินข้าวเช้าแล้วยังไม่ค่อยขับถ่าย ก็ให้กินขมิ้นชันเป็นประจำเพื่อบริหารลำไส้ใหญ่ไปในตัว


รู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่าลืมขับถ่ายให้เป็นเวลา จะได้มีสุขภาพที่ดี

ทำไมต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ


เนื่องจากปัจจุบันชีวิตคนเรา ต้องพบเจอกับมลภาวะต่างๆ มากเลย ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง
เราต้องใช้ผลิตภัณฑ์หลายอย่างที่มีส่วนผสมกับสารเคมี ซึ่งขณะที่เราใช้มันยังไม่ได้เกิดผลร้ายกับเรา
เลยทำให้เราคิดว่าสิ่งนั้นดี สิ่งนั้นวิเศษ แต่ใครจะรู้ว่านับวันมันยิ่งสะสมในร่างกายเรา จนส่งผลร้ายให้
ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ลองนึกย้อนไปยังสมัยก่อน บรรพบุรุษของเรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมากมายเหมือนในปัจจุบันนี้ เพราะสมัยก่อนกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
ไม่มีอาหารจำพวก Fast Food ให้กิน จึงส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ
แค่สิว หรือปัญหากลิ่นหายก็ไม่มีไม่ให้เห็นกัน นับว่าเป็นโชคดีของคนสมัยก่อนจริงๆ

หากเราต้องการให้ร่างกายเรามีสุขภาพที่ดี เราต้องเริ่มหันมาดูแลรักษาสุขภาพทั้งภายในและภายนอกนะคะ
ในส่วนของภายในร่างกาย ก้อต้องทานอาหารที่มีประโยชน์และหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อป้องกันโรคต่างๆ ได้เร็วยิ่งขึ้น ส่วนภายนอกลองหันมาใช้ของใกล้ตัวที่ทำมาจากธรรมชาติ ที่ใช้แล้วดีต่อร่างกายเรา ไม่มีการสะสมสารเคมีไว้ให้เราต้องมานั่งรับทุกข์กับปัญหาโรคภัยต่างๆ ที่จะตามมาอีกในอนาคต

อยากให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่าเป็นอะไรแล้วค่อยมาดูแลนะคะ